วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2557

การพัฒนาหลักสูตรอบรมครูสังคมศึกษาการจัดการเรียนรู้วิชาหน้าที่พลเมือง และวิชาประวัติศาสตร์

บทที่4
การประเมินหลักสูตร
การตรวจสอบคุณภาพของหลักสูตรและการประเมินหลักสูตรอบรม
        การตรวจสอบคุณภาพของหลักสูตร
การตรวจสอบคุณภาพหลักสูตรดาเนินการดังนี้
1.การหาค่า IOC โดยผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน
2.การหาค่าประสิทธิภาพและประสิทธิผล
3.การปรับปรุงแก้ไขหลักสูตรอบรมและนาไปใช้จริง
การประเมินหลักสูตรอบรม
หลังจากนาหลักสูตรอบรมไปใช้จริงแล้วต้องประเมินหลักสูตรอบรมครูสังคมศึกษาการจัดการเรียนรู้วิชาหน้าที่พลเมือง และวิชาประวัติศาสตร์ ในรูปแบบการประเมินผลของสตัฟเฟิลบีม (Stufflebeam Model) สตัฟเฟิลบีมได้เสนอ รูปแบบซิปพ์ (CIPP Model) เป็นรูปแบบในการประเมินหลักสูตร โดยอธิบายว่าการประเมินผลหลักสูตร คือ กระบวนการในการหาข้อมูล เก็บข้อมูลและใช้ข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจหาทางเลือก และวิธีการที่ดีกว่าเดิม สรุปก็คือว่าจะต้องการข้อมูลอะไรบ้างที่จะช่วยในการตัดสินใจ และจะนาข้อมูลต่าง ๆ ไปใช้ในการตัดสินใจเพื่อหาทางเลือก และวิธีการที่ดีกว่าเดิมได้อย่างไร การนารูปแบบซิปพ์ไปใช้ในการประเมิน จึงเป็นการประเมิน 4 เรื่อง ดังต่อไปนี้
1. การประเมินบริบท (Context Evaluation) คือ การประเมินสภาพแวดล้อม และความต้องการที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลักสูตร ซึ่งผลที่ได้จากการประเมินจะช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับการวางแผน กางวางนโยบาย เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม และความต้องการนั้น ๆ และช่วยให้มีหลักการที่แน่นอนในการกาหนดขอบข่ายของสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ หลักสูตรได้อย่างชัดเจน
2. การประเมินปัจจัยเบื้องต้น (Input Evaluation) คือ การประเมินปัจจัยที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงปัจจัยที่เป็นตัวทาให้เกิดวิธีการที่จะนามาปฏิบัติเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ การประเมินในส่วนนี้เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจว่าระบบโครงสร้างต่าง ๆ ของ หลักสูตร มีความเหมาะสมหรือไม่ หรือควรจะใช้วิธีการใดที่เหมาะสมกว่า และช่วยให้สามารถออกแบบและใช้ทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม
3. การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation) คือ การประเมินกระบวนการของหลักสูตรในด้านการจัดการเรียนการสอน และเนื้อหาวิชาทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน การประเมินในด้านนี้จะใช้เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจดาเนินการปฏิบัติตามวิธีการที่ได้กาหนดไว้แล้ว และจะช่วยให้ทราบ47

ถึงระดับประสิทธิภาพของการนาหลักสูตรไปใช้ ผลกระทบที่มีต่อส่วนอื่น ๆ ของระบบการจัดการศึกษา ความเป็นไปได้ ตลอดทั้งข้อบกพร่องอื่น ๆ ของการปฏิบัติ
4. การประเมินผลผลิต (Product Evaluation) คือ การประเมินผลที่เกิดจากการใช้หลักสูตรในวิธีการ และแนวทางดาเนินการสอนตามที่ได้ตัดสินใจแล้ว การประเมินผลในส่วนนี้เพื่อช่วยในการปรับปรุงข้อบกพร่องของการวางแผน การบริหารหลักสูตร และการนาหลักสูตรไปใช้เพื่อดูว่ามีการปรับปรุงข้อบกพร่องของการวางแผน การบริหารหลักสูตร และการนาหลักสูตรไปใช้เพื่อดูว่ามีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง และเมื่อดาเนินการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงต้องทาการประเมินในกระบวนการเดิมเช่นนี้อีก เพื่อให้ได้หลักสูตรที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด และจะช่วยให้ทราบถึงคุณภาพของครูที่ได้รับการฝึกอบบรม หรือประสิทธิภาพของหลักสูตรและการเรียนการสอน
หลังจากการประเมินหลักสูตรทั้ง 4 องค์ประกอบข้างต้นแล้ว จะทาให้เกิดขั้นตอนที่จะต้องตัดสินใจอยู่ 4 ขั้นตอนด้วยกัน คือ
1. การตัดสินใจทางด้านการวางแผนซึ่งเป็นผลเนื่องมาจากการประเมินบริบท
2. การตัดสินใจทางด้านการกาหนดโครงสร้างของหลักสูตร หลังการประเมินปัจจัยเบื้องต้นหรือตัวป้อน
3. การตัดสินใจด้านการนาไปใช้หลังจากการประเมินกระบวนการ
4. การตัดสินใจการนาไปใช้ใหม่หลักจากการประเมินผลผลิตแล้ว
จากรูปแบบการประเมินหลักสูตรข้างต้นจะเห็นได้ว่า แนวคิดของสตัฟเฟิลบีมได้พยายามแสดงแนวทางและวิธีการประเมินให้มีความชัดเจนมากที่สุด และมีข้อดีคือจะเป็นการประเมินคุณภาพของหลักสูตรทั้งระบบ จะทาให้ได้คาตอบว่าหลักสูตรนี้นาไปใช้ได้ดีเพียงใด ก่อให้เกิดผลตามจุดหมายของหลักสูตรหรือไม่ การดาเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย หรือมีปัญหาอุปสรรคประการใด วิธีการจัดการเรียนการสอน เนื้อหาของหลักสูตร สื่อและอุปกรณ์ต่าง ๆ มีความเหมาะสมและเป็นไปได้เพียงใด คุณภาพของผลผลิตเป็นอย่างไร ได้ผลตอบแทนคุ้นค่าหรือไม่ จะต้องทาการปรับปรุงพัฒนาหรือแก้ไขปรับปรุงหลักสูตรให้เหมาะสมอย่างไร ผู้ออกแบบหลักสูตรจึงอาศัยรูปแบบของซิปพ์ (CIPP Model) มาปรับใช้เป็นแนวทางในการประเมินการพัฒนาหลักสูตรอบรมครูสังคมศึกษาการจัดการเรียนรู้วิชาหน้าที่พลเมือง และวิชาประวัติศาสตร์
ดังนี้
1. การประเมินบริบท (Context Evaluation) ได้แก่ การประเมินหลักการและเหตุผล จุดมุ่งหมายของหลักสูตรโครงสร้างของการพัฒนาหลักสูตรอบรมครูสังคมศึกษาการจัดการเรียนรู้วิชาหน้าที่พลเมือง และวิชาประวัติศาสตร์
48


2. การประเมินปัจจัยนาเข้า (Input Evaluation) ได้แก่ วิทยากร ครูที่เข้ารับการฝึกอบรม อุปกรณ์ เครื่องมือ สื่อวัสดุอุปกรณ์ เอกสารประกอบการอบรม ห้องปฏิบัติการฝึกอบรม และงบประมาณ

3. การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation) ได้แก่ การจัดกิจกรรมการฝึก อบรม การวัดและประเมินผล
4. การประเมินผลผลิต (Product Evaluation) ได้แก่ ความรู้ความเข้าของผู้เข้ารับการฝึกอบรม ความสามารถในการสาธิตการสอนที่เป็นแนวทางการนาไปใช้ปฏิบัติจริง และความคิดเห็นที่มีต่อหลักสูตรฝึกอบรม


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น